สัมผัสเสียงไพเราะแห่งเกาะเปียโน

สัมผัสเสียงไพเราะแห่งเกาะเปียโน

      ถ้าประเทศเกาหลีมีเกาะนามิอันโด่งดัง ได้  จีนเองก็มีเกาะที่โด่งดังไม่แพ้กันนั้นคือ เกาะเปียโน  แม้ว่าจะ เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มาก เป็นลักษณะคล้ายกับเกาะเกร็ดบ้านเรานั้นเอง  โดยที่เกาะแห่งนี้อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนอยู่ตรงกันข้ามกับเกาะไต้หวันเพียง 1 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ประมาณ 120,000 ตารางกิโลเมตร มีนกกระยางขาวเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเกาะแห่งนี้   นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติสไตล์จีนใต้อย่างเซี่ยเหมิน  ซึ่งในแต่ละวันนั้นจะมีผู้คนหลายคนได้เข้ามาเที่ยวยังเกาะแห่งนี้หลายพันคนเลยทีเดียว  ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นคู่บ่าวสาวมาถ่ายรูปโมเดลลิ่งอิงธรรมชาติแห่งเกาะนี้

    คำว่า เกาะเปียโนแหงนี้ไม่ใช่ชื่อเรียกของชาวจีนนะครับ  เป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเรียกเกาะแห่งนี้เพราะว่าคนไทยที่ได้มาเยือนยังเกาะแห่งนี้ได้เห็นโขดหินที่มีความสวยงามต่างจากบ้านเรา เวลาที่กระทบกับคลื่นน้ำที่ซัดใส่โขดหินแห่งนี้ จะมีเสียงไพเราะเป็นอย่างมาก เหมือนกำลังร้องเพลง  ซึ่งแท้จริงแล้วชาวจีนเรียกเกาะแห่งนี้ ว่าเกาะแห่งเสียงเพลง นั้นเอง  โดยที่ชาวจีนที่อยู่เกาะแห่งนี้พยายามที่จะตกแต่โขดหินเป็นตัวโน๊ตเสียงเพลงมากมาย   สำหรับพื้นที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนาต่ออย่างต่อเนื่องทั้งร้านค้า ของฝาก ร้านอาหารและขนม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน  ณ เกาะแห่งนี้

     จะเห็นได้ว่าเกาะแห่งนี้มีความน่าสนใจมากพอควร  แต่อยากแนะนำให้อีกอย่างหนึ่งที่นั้นจะมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเล คล้ายๆ กับ Siam Ocean World  บ้านเรา แต่สิ่งที่คุณจะได้เจอนั้นคือ นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากทีจะมุง โอกาสที่จะได้ชมสัตว์ทะเลที่จัดไว้หลากหลายสวยงามนั้นไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่  อีกอย่างในเรื่องกลิ่นกายแบบดั้งเดิม ยิ่งเป็นหน้าหนาวแล้วด้วยละก็บางคนก็ไม่อาบน้ำเลยก็มี  เรื่องแบบนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่นี้ไปแล้ว

     สุดท้ายนี้ที่ได้ทำการแนะนำเกาะเปียโนที่มีบรรยากาศแบบธรรมชาติดีเป็นอย่างมาก  สำหรับใครที่เคยได้ไปเที่ยวเซี่ยเหมินแล้ว ก็ขอแนะนำสถานที่แห่งนี้รับรองไม่ผิดหวัง  กับวิวทะเลและต้นไม้ใบหญ้าอันร่มรื่น แต่ว่าต้องเตรียมใจในเรื่องของวัฒนธรรมบางอย่างของชาวจีนบ้างนะครับ

www.grandholiday.co.th

Read More

ชม 4 สถาปัตยกรรมอันโด่งดังแห่งกรุงวอร์ซอ

แนะนำเที่ยวชม 4 สถาปัตยกรรมอันโด่งดังแห่งกรุงวอร์ซอ

         ประเทศโปแลนด์เป็นประเทศทางยุโรปที่มาน่าสนใจ  มีเมืองหลวงชื่อว่า กรุงวอร์ซอ  เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วย เป็นแหล่งรวมศูนย์อุตสาหกรรมหนัก  เครื่องจักรอุตสาหกรรม  เหล็กกล้า  ที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำวิสทูลา ห่างจากชายฝั่งทะเลบอลติก ที่มีความยาวประมาณ 370 กิโลเมตร  กรุงวอร์ซอเป็นแหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน รวมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติมาหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชม ต่อไปจะพาไปแนะนำให้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่แนะนำให้รู้จักที่เป็นที่ยอดนิยมของกรุงวอร์ซอ

  1. สัมผัสย่านเมืองเก่า (Old town)

    สำหรับย่าน  Old town แห่งนี้ในอดีตเคยมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม ทั้งตีกรามอาคารบ้านเรือนรวมทั้งพระราชวัง ตลาด นับได้ว่าเป็นสถานที่ๆมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์และมีความยาวนานที่สุดของวอร์ซอ  แต่ผลจากสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันได้บุกยึดโปแลนด์ส่งผลเสียหายต่อย่านเมืองเก่าแห่งนี้เป็นอย่างมาก  ทั้งสถาปัตยกรรมอันสวยงามของย่านโดยทำลายเสียหายมากที่สุด  แต่ปัจจุบันย่านนี้ได้รับการบูรณขึ้นมาใหม่ให้สวยงามกลับมาดังเดิม ด้วยเหตุนี้จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมประวัติศาสตร์ ณ ที่แห่งนี้

  1. สัมผัสป้อมวอร์ซอ (The Barbican)

   สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งของป้อมวอร์ซอที่น่าสนใจ นั้นคือ ป้อมวอร์ซอ (The Barbican)  ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อได้เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงที่ล้อมรอบเมืองวอร์ซอ เป็นด่านปราการอยู่ในช่วงเขตเมืองใหม่ และย่านเมืองเก่า มีลักษณะเป็นรูปครึ่งวงกลม ลักษณะงานสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีหลังคาแบบศิลปะเรอเนอซองส์  การสร้างกำแพงนี้เพื่อใช้ป้องกันการรุกรานศัตรูจากสงคราม  แต่ว่าป้อมแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากการบุกเข้ายึดของกองทัพเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ปัจจุบันป้อมปราการแห่งนี้ได้รับการบูรณะ ฟื้นฟู ให้มีสภาพสวยงาม สมบูรณ์ดังเดิม นอกจากนี้ในช่วงฤดูร้อนจะมีศิลปิน นักดนตรี มาทำการแสดงบนกำแพงแห่งนี้อีกด้วย

  1. เที่ยวชมพระราชวังวีลานูฟ (Wilanow Palace)

     สถานที่เชิงประวัติศาสตร์อันเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงวอซอร์ คือ พระราชวังวีลานูฟ ของ กษัตริย์ John III Sobieski แห่งโปแลนด์ใช้เป็นที่ประทับ  ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 17  ใช้สำหรับอยู่อาศัย ประกอบไปด้วยพื้นทีสวนเขียวขจีอยู่โดยล้อมรอบพระราชวังแห่งนี้ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบบาโรคในสไตล์ผสมผสานอิตาเลียน แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาจะเสียหายจากภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการบุกยึดของกองทัพเยอรมัน ปัจจุบันได้รับการบูรณะฟื้นฟูให้กลับมามีสภาพดังเดิม  ต่อมาจึงเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้จัดแสดงอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์โปแลนด์รวบรวมไว้มากมาย

  1. รอยัล แคสเทิล (Royal Castle)

    กรุงวอร์ซอมีปราสาทหินที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่ง เคยเป็นที่ประทับอย่างทางการของ พระมหากษัตริย์ Stanislaw August Poniatowski   ต่อมาได้แปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์และอนุสาวรีย์ประจำชาติ โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวราว 500,000 คน ต่อปีที่มาท่องเที่ยวชม ณ สถานที่เชิงประวัติศาสตร์แห่งนี้

www.grandholiday.co.th

Read More

5 เมืองยุโรป สำหรับคนชอบปั่นจักรยานเที่ยว

แนะนำ 5 เมืองยุโรป สำหรับคนชอบปั่นจักรยานเที่ยว

ว่ากันว่าในเมืองที่เจริญแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกการคมนาคมแบบขนส่งมวลชนมากกว่าพาหนะส่วนบุคคล ซึ่งในประเทศเหล่านี้พาหนะส่วนบุคคลที่ประชาชนนิยมใช้มากที่สุดไม่ใช่รถยนต์ แต่เป็นรถจักรยาน โดยเฉพาะในยุโรป ที่เราจะเห็นผู้คนตั้งแต่เด็กไปจนถึงคนแก่ปั่นจักรยานกันทั้งเมือง และนี่คือเรื่องราวของ 5 เมืองในยุโรป สำหรับคนชอบปั่นจักรยานเที่ยว

  1. อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ จากผลสำรวจพบว่ากว่า 40% ของคนในเมืองนี้ พาหนะส่วนบุคคลหลักที่ประชาชนใช้กันมากที่สุดก็คือจักรยาน เรียกว่าปั่นกันทุกเพศทุกวัย แถมมีบริการให้เช่าจักรยานกันอย่างแพร่หลายในเมืองนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายและไม่ปลอดภัย เพราะการปั่นจักรยานคือวัฒนธรรมส่วนหนึ่งของเมืองนี้ไปแล้ว
  2. โคเปนเฮเก้น (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก ที่เมืองนี้ไม่ว่าคุณจะเดินไปส่วนไหน คุณจะเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตกันแบบเนิบๆช้าๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร จิบกาแฟน้ำชาและนั่งพักผ่อนกันแบบสบายๆ ผู้คนมีสีหน้าไม่เครียด ผลสำรวจพบว่าประชากรกว่า 32% ใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก ทั้งปั่นไปเรียน ปั่นไปทำงาน มีบริการเช่าจักรยานฟรี รวมถึงทางปั่นสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ
  3. บาร์เซโลน่า (Barcelona) ประเทศสเปน เมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของคาบสมุทรไอบีเรีย ถือเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ที่เมืองบาร์เซโลนามีทางรถจักรยานที่เรียกว่า “อะ กรีน ริง” หรือวงแหวนเขียว อยู่รอบใจกลางเมือง มีสถานีให้เช่ารถจักรยานกระจายอยู่ถึง 100 แห่ง รอบเมือง เมื่อคุณปั่นจักรยานชมเมืองเสร็จแล้วสามารถนำจักรยานไปคืนที่สถานีไหนก็ได้ สะดวกสบายมากๆ
  4. บาเซิล (Basel) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บาเซิลเป็นเมืองพรมแดนมีอาณาเขตติดต่อ 3 ประเทศได้แก่สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนีและฝรั่งเศส มีผู้คนทั้ง 3 เชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกันในเมืองนี้ บาเซิลยังเป็นเมืองที่ใส่ใจประชาชนถึงขั้นออกแบบถนนเป็นพิเศษเพื่อรองรับการใช้จักรยานรวมถึงทางสำหรับคนถนัดซ้ายด้วย แถมกิจการให้เช่าจักรยานก็มีอยู่มากมาย รวมทั้งที่จอดรถจักรยานก็มีอย่างเหลือเฟือ นักท่องเที่ยวจึงสะดวกสบายกับการปั่นจักรยานชมเมืองได้อย่างมั่นใจ
  5. สต็อกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน ผู้คนที่สวีเดนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่รักษ์สิ่งแวดล้อม เมืองสต็อกโฮล์มเป็นนครหลวงอันงดงามในสแกนดิเนเวีย ถูกโอบล้อมด้วยทะเลบอลติก สต็อกโฮล์มเป็นเมืองที่สามารถชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่สวยงาม วิวธรรมชาติที่ยังคงใสสะอาด ไปจนถึงแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อย ที่เมืองนี้เองก็เป็นอีกเมืองที่มีทางรถจักรยาน และมีบริการเช่ารถจักรยานมากมาย ทั้งหมดนี้เหมาะแก่การปั่นจักรยานเที่ยวแบบชิลๆ สบายๆอย่างยิ่ง

www.grandholiday.co.th

Read More

4 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสัมผัสของออสเตรีย

แนะนำ 4 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสัมผัสของออสเตรีย

    “ดินแดนแห่งขุนเขา”  ของทวีปยุโรปนั้นคือ ประเทศออสเตรีย เป็นดินแดนที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและตั้งอยู่ในเขตยุโรปต้อนกลาง โดยเนื้อที่ประมาณ 60 %  ของพื้นที่ของประเทศนี้เต็มไปด้วยเนินเขา มีแม่น้ำสายหลักก็คือ “แม่น้ำดานูบ (Donau)  ครั้งนี้จะพาไปสัมผัมนต์เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้กันว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

1.เที่ยวไปตะลุยเมืองหลวงที่เวียนนา

     ชื่อเสียงของเมืองหลวงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรียแห่งนี้ได้ถูกจัดให้เป็นสุดยอดของเมืองที่ความเป็นโรแมนติก ความคลาสิคมากเป็นอันดับต้นของโลกเลยทีเดียว  ด้วยที่ถนนแห่งนี้เต็มไปด้วย ความสวยงามของสถาปัตยกรรมในยุคศตวรรษที่ 18-19 ทีเหมือนนำมาเก็บไว้ที่นี้ที่เดียว นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของดนตรีคลาสสิค คับคั่งไปด้วยนักดนตรีเต็มท้องถนนที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ในป่าเขา  นักท่องเที่ยวที่มาจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศและวิถีชีวิตที่ช้าและเรียบง่ายของประชากร ได้นั่งพักและจิบกาแฟรสกลมกล่อมสักแก้ว ในเมืองหลวงนี้

2.เสียงดนตรีแห่ง ซาลส์บูร์ก

    ซาลส์บูร์กเป็นมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศออสเตรีย  มีความโดดเด่นในเรื่องสถาปัตยกรรมบาโรก  ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีที่สุด แม้แต่ยูเนสโกก็ยอมรับให้เมืองนี้ขึ้นทะเบียนเมืองนี้ให้เป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดที่รู้จักกันดีก็คือ นักดนตรีคลาสสิคอันดับ 1 ของโลกที่มีชื่อว่า โมซาร์ท  ด้วยทำเลที่ต้งของ ซาลซ์บูร์กเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีละหลายล้านคนเลยทีเดียว

3.แวะพักผ่อนที่ฮัลท์แสตทช์ (Hallstatt)

     ฮัลท์แสตทช์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ที่มีน้ำตกที่เกิดจากธรรมชาติสวยงามและทะเลสาปที่มีขนาดใหญ่มากอีกด้วย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนและกิจกรรมแคมป์ปิ้งอย่างแท้จริง กิจกรรมยอดฮิตของเมืองนี้ก็คือ  การพายเรือ  ให้ลองฝึกฝีมือการพายกัน

4.สัมผัสแม่น้ำดานูบ

    มนต์เสน่ห์แห่งออสเตรียในเรื่องความโรแมนติกนั้นคือ แม่น้ำดานูบ นี้เอง ณ ตรงนี้  คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับการชมวิวแม่น้ำดานูบ ผ่านกิจกรรมที่ประทับใจไม่ว่าจะเป็น  การพายเรือ หรือเลือกที่จะปั่นจักรยานชมวิวไปตามทางก็ดูจะคลาสสิค  ด้วยชื่อเสียงเด่นของ แม่น้ำดานูบ  มีความโด่งดังในเรื่องความเป็นโรแมนติกในแถบยุโรปมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แม่น้ำมีสายธารทอดตัวยาวไปตีขนานไปกับตัวเมืองกรุงเวียนนา  ด้วยทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยตึกสมัยโบราณและอาคารบ้านเรือนที่ดูมีเสน่ห์มนต์ขลังเปรียบเสมือนเมืองในนิยายที่มีแสงสลัวส่องลงมาเป็นประกายระยิบระยับ พร้อมทั้งอารยธรรมที่มีความสอดคล้องกับสมัยปัจจุบัน

www.grandholiday.co.th

Read More

สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลีที่พลาดไม่ได้ 3 แห่ง

3 สถานที่ท่องเที่ยวพลาดไม่ได้เมื่อได้ไปเที่ยวประเทศเกาหลี

     ด้วยกระแสฮิตวัฒนธรรมเกาหลีได้แพร่เข้ามาในบ้านเรา  ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น   เพลงฮิต  ละคร โดยเฉพาะเมื่อเราเห็นสถานที่ต่าง ๆ ศิลปวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในละครซีรีเกาหลี   ทำให้คนไทยหลายคนได้อยากไปเที่ยวเกาหลี  จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าคนไทยหลายคนถึงได้ต้องการไปเที่ยวเกาหลี ซึ่งการเดินทางก็ไม่ได้ยากเพราะมีบริษัททัวร์บริการอยู่แล้วหรือใครจะไปด้วยตนเองก็ได้ แต่ครั้งนี้อยากมาแนะนำให้ไม่ให้พลาด 3 สถานที่สำคัญแห่งประเทศเกาหลี ไม่ควรพลาดเลยเมื่อได้ไปถึงแล้ว

เมืองยอดนิยม เมืองปูซาน แห่งเกาหลี

       เมืองปูซานเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งมีความใหญ่เป็นอันดับ  2   นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่จะมาชม  วัด เบียวเมียซา ที่ตั้งอยู่กลางป่าและล้อมรอบไปด้วยหุบเขา  ด้วยความสวยทางธรรมชาติแห่งนี้  ยังเป็นที่นิยมสำหรับของนักปีนเขา ทีมีจัดต้อนรับบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการปีนเขาหลายแห่ง  นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งและที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี     ปูซานมีชื่อเสียงในเรื่องของชายหาดและอาหารทะเล ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาที่นี้จะได้สัมผัสการท่องเที่ยวอย่างครบรสเลยที่เดียว

เมืองหลวง กรุงโซล แห่งเกาหลี

กรุงโซล เป็นเมืองที่จัดได้ว่าเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของเอเชีย   ด้วยความเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้จึงเต็มไปด้วยการผสมผสานศิลปะสมัยใหม่และสมัยเก่ ได้อย่างลงตัว   อย่างตึก เอ็นโซล ทาวเวอร์  ตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน เป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาวเกาหลีก็ว่าได้  เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์กรุงโซลได้  นอกจากนี้หอคอยนี้ยังเป็นสถานที่คู่รักหนุ่มสาวมาคล้องกุญแจที่รั้วเหล็กเอาแม่กุญแจคล้องไว้พร้อมใส่ชื่อไว้บนแม่กุญแจ  ส่วนลูกกุญแจนั้นโยนทิ้งไป  เชื่อกันว่าคู่รักคู่ไหนที่ได้มาคล้องกุญแจนี้แล้วก็จะรักกันอย่างยืนยาว  นอกจากนี้กรุงโซลยังประกอบไปด้วยวัดเก่าแก่ และปราสาท ที่สวยงามตระการตา ซึ่งแนะนำว่า ท่านควรจะไปเยี่ยมชมให้ได้ หรือ สถานที่การกิน ในกรุงโซลก็มีอย่างมากมายๆม่ว่าจะเป็นร้านข้างถนนหรือภัตตาคารหรู ท่านก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศการทานอาหารเกาหลี ที่ลงตัวสุดๆ

เกาะเจจู เมืองยอดนิยมแห่งเกาหลี

    เกาะเจจู  เป็นสถานที่ยอดนิยมมากที่เป็นที่ยอมรับในเรื่องความสวยงาม  มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามของชายหาดและทะเลที่มากที่สุดในประเทศเกาหลี  ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็นเป้าหมายต้น ๆ ของผู้ที่มาเที่ยวเกาหลีแห่งนี้  แม้แต่ชาวเกาหลีเองก็ตาม  นอกจากนี้ชายหาดของเกาะเจจู ยังได้บรรยากาศการนั่งชมวิวดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นอีกด้วย  แล้วยังมีภูเขา ฮัลลา ที่นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปดูทะเลสาบ แบ๊กน๊อก  ที่สวยงามประทับใจได้อีกแห่งหนึ่ง  www.grandholiday.co.th

Read More

หอเอนปิซาแห่งประเทศอิตาลี

หอเอนปิซาสิ่งมหัศจรรย์แห่งประเทศอิตาลี  

    หอเอนปิซา  จัดได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง   ที่มีความเด่นและทรงคุณค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง  เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนั้นไปเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย  เป็นความภาคภูมิใจของชาวอิตาลีด้วย   หอเอนปิซ่าถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดวิทยาศาสตร์โลกเลยก็ว่าได้  เพราะเป็นสถานที่สำคัญของการทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง อย่าง กาลิเลโอ  โดยที่กาลิเลโอได้ทดลองการปล่อยวัตถุชนิดเดียวกัน แต่ขนาดและน้ำหนักนั้นต่างกันลงจากหอเอนปิซา แล้วอธิบายว่า  เมือทำการปล่อยของทั้งสองชิ้นลงมาพร้อมกัน  แม้ว่าขนาดและน้ำหนักแตกต่างกันก็ย่อมจะตกลงถึงพื้นพร้อมกัน

  ด้วยหอมีลักษณะพิเศษเอน  ทำให้กาลิเลโอ ทำการทดลองได้สะดวก นอกจากนี้กาลิเลโอยังสามารถชะโงกหน้ามองเห็นวัตถุกำลังตกลงสู่พื้นได้อย่างแม่นยำ  การทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงจึงชัดเจนขึ้น  เป็นที่ประจักษ์ต่อหน้าสาธารณชนในสมัยนั้น เพราะหอนี้เป็นความภาคภูมิใจของชาวอิตาลี

    หอเอนปิซา  เป็นหอคอยที่มีทั้งหมด 8 ชั้น  ที่สูง 181 ฟุต  โดยในแต่ละชั้นนั้นมีเสาหินอ่อนที่สลักด้วยลวดลายที่วิจิตรงามตระการตาไว้รอบเสา  นับว่าเป็นผลงานของศิลปินในยุคนั้น  ด้วยปัจจัยของแต่ละชั้นทำด้วยหินอ่อน บวกกับความประณีตทางสถาปัตยกรรม ระยะการสร้างนั้นนานถึง  176 ปีเลยทีเดียว  คือตั้งแต่เริ่มสร้างปี   ค.ศ. 1174 มาสำเร็จเมื่อปี ค.ศ.1350   ในระหว่างการก่อสร้างได้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาคือ เกิดการทรุดตัวของหอ เมือการก่อสร้างถึงชั้น 4 และชั้น 5  ทำให้ยอดบนสุดของหอเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ไม่เคยจะพังทลายลงมาแต่อย่างใด จากข้อวิเคราะห์เบื้องต้นจากนักวิชาการ วิเคราะห์ว่า  สาเหตุนั้นเกิดจากพื้นดินที่อยู่ฐานนั้นเป็นดินอ่อนมีผลให้ฐานหอทรุดตัวลง ทำให้หอเอียง ด้วยโครงสร้างตัวหอเป็นหินอ่อนจึงมีความอ่อนตัว ทนแรงดึงมากกว่าโครงสร้างที่ทำจากหินและปูนขาว      จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หอนี้ไม่พังถล่มลงมา  เพียงแต่จะค่อย ๆ เองเอียงไปเรื่อย ๆ  นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังได้ทำการทำนายไว้ว่าหอแห่งนี้จะค่อยเอนตัวลงไปเรื่อยๆ จนพังทลายไปในปี 2200  หากไม่มีการป้องกันที่ดีไว้ก่อน

  ด้วยที่หอเอนปิซา มีลักษณะที่แตกต่างจากหอคอยทั่วๆไป ทำให้หอเอนปิซา โด่งดังไปทั่วโลก  จัดได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง  ที่ทรงคุณค่าทางทางสถาปัตยกรรม เป็นสัญลักษณ์สำคัญมากแห่งหนึ่งของชาวอิตาลี  ในแต่ละปีดึงดูดนักท่องเที่ยวนั้นไปเยี่ยมชมได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่ามีมากถึงแสนคนต่อปี  ผู้คนเหล่านั้นก็มาเห็นความอัศจรรย์แล้วก็เก็บภาพ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่ยืนยันได้ว่ามาที่ประเทศอิตาลีแล้ว  www.grandholiday.co.th

Read More

แนะนำแนวประหยัดเงินขั้นเซียน

วิธีที่จะช่วยให้วัยรุ่นประหยัดเงินได้จริง

เก็บเงินไม่ได้…มีเงินไม่พอ …. เงินหายไปไหน … ไม่มีเงินเลย  เป็นคำถามที่ยอดฮิตเป็นประจำในหมู่วัยรุ่น

ผู้ใหญ่มักจะติเตียนว่าวัยรุ่นไม่ประหยัดเงิน  ใช้จ่ายเกินตัวทั้งที่ไม่ได้ทำงานมีรายได้เป็นของตัวเอง แล้วยังขอเงินจากพ่อแม่  วัยรุ่นมักโดนตำหนิในเรื่องการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ด้วยความเป็นวัยรุ่นที่อายุยังน้อยอยู่  ภาวะ การควบคุมการใช้เงิน  วิธีจัดสรรค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องนั้นเลยทำได้ไม่ดี  วันนี้จะมาแนะนำเทคนิคที่จะช่วยให้น้องๆวัยรุ่นใช้เงินกันนะครับ

ครั้งนี้มาแนะนำมีวิธีบริหารการใช้เงินอย่างถูกวิธี
1.ก่อนเปิดบัญชีธนาคารเพื่อให้เหมาะสมการใช้จ่ายของเราเพราะทุกเดือนผู้ปกครองส่วนใหญ่เลือกโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารมากกว่าเพราะเป็นวิธีที่สะดวกปลอดภัยที่สุด   ขอแนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารสาขาในกรุงเทพฯหรือจังหวัดที่เรียนอยู่   การกดตู้เอทีเอ็มจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม  เดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่าแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันกดต่างธนาคารก็เสียค่าธรรมเนียมเหมือนกันครับ

2.ทำบัญชีเรื่องรายรับ-รายจ่าย  จะได้บังอ้อว่า เงินของเราหายไปไหน นับว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกมองข้ามกัน  ควรเริ่มจัดสรรทำรายการรายจ่าย  ค่าอาหาร ค่าน้ำดื่ม ค่ายาสีฟัน, สบู่, ควรจะเก็บไว้บันทึกประจำวันว่าการใช้จ่ายอะไรให้ชัดเจน  เราจะได้รู้ว่าสาเหตุที่เงินเดือนพ่อแม่ให้มาทไม่พอ  ไม่ลืมที่จะนำบัญชีธนาคารของคุณเพื่อรู้ว่าการเคลื่อนไหวของยอดเงินในแต่ละเดือน

3.พยายามปฏิเสธผู้คนสังคมชั้นสูงบ้าง   แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้มีเพื่อนประเภทนี้นะ  แต่กลุ่มพวกนี้มักใช้ชีวิตสังสรรค์  ช้อปปิ้ง  เป็นกลุ่มที่ใช้เงินมือเติบ เงินเดือนพ่อแม่ให้มาเท่าไหร่ก็ไม่พอ

4. ติดตามโปรโมชั่นของค่ายมือถือต่างๆ ก็ออกโปรโมชั่นเรื่อยๆๆ  เพื่อจะได้วางแผนเลือกโปรโมชั่นให้เหมาะสมการใช้งาน   วัยรุ่นจำนวนมากมักยอมอดข้าว  เพื่อจะได้มีเงินมาจ่ายค่าโทรก็พอ  แค่อยากแนะนำว่าควรจะศึกษาโปรโมชั่นต่างๆการเลือกโปรโมชั่นให้พอดีแต่ละเดือน   แค่นี้ก็ประหยัดได้แล้ว

5.ใช้บัตรนักเรียนให้คุ้มค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือสถานที่จะเข้าชม   ที่ใดมีโปรโมชั่นสำหรับนักเรียน ควรใช้บัตรประจำตัวนักเรียนให้เป็นระโยชน์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะหลายครั้งก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย

เห็นไหมครับว่าไม่ยากเลย แค่ใส่ใจสักนิดลงรายละเอียดเรื่องใกล้ตัวของเรามากขึ้นหน่อย  แค่นี้นับว่าเป็นหนทางที่สดใสแล้ว   www.projamm.com

Read More

ทัวร์น้ำตกไนแองการา สหรัฐอเมริกา

ท่องเที่ยวน้ำตกไนแองการา สหรัฐอเมริกา

         ถ้าพูดถึง  1 ใน 4 น้ำตกสุดยอดของโลกแล้ว  หนึ่งในนั้นคือ น้ำตกไนแองการา  เกิดจากการไหลสายธารแม่น้ำแองการามายังทะเลสาบอีรีตกสู่ทะเลสาบออนตาริโอ  นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นสิงมหัศจรรย์ของอเมริกา มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก  ปีหนึ่งน้ำตกแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่งทุกมุมโลกมาเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมริกา  สำหรับคนที่มาเยือนอเมริก้ต้องมาเยือน

       น้ำตกไนแองการาแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนอเมริกาและแคนนาดา โดยฝั่งที่อยู่ติดอเมริกา  มีขนาดความกว้าง 323 เมตร และมีความสูง 56 เมตร  ซึ่งอยู่ทางเกาะกูด  และอยู่ฝั่งซ้ายของเกาะแคนาดามีชื่อว่า มีความสูงประมาณ  54 เมตร กว้างประมาณ  675 เมตร นักท่องเที่ยวที่ได้มาเห็นจะทึ่งกับความมหัศจรรย์ของน้ำตกแห่งนี้  เพราะน้ำตกแห่งนี้มีความกว้างใหญ่และสวยงามเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่นิยมในการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกไว้ เมื่อได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้

มีหลักฐานเชื่อกันว่าน้ำตกแห่งนี้เกิดขึ้นจากยุคน้ำแข็งเมื่อ  12,500 ปีมาแล้ว     แล้วก่อตัวเป็นยุคน้ำแข็งสุดท้ายอีกที  ดังนั้นจะมีช่วงสภาวะหนาวเย็น เพราะน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือสุดขออเมริกาติดพรมแดนกับแคนาดา  แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมาของนักท่องเที่ยวให้ลดจำนวนน้อยลงเลย

         น้ำตกไนแองการา ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก  นอกจากนี้ด้วยความร่วมมือของประเทศแคนาดาและประเทศอเมริกา ได้ร่วมกันสร้างสะพานเชื่อมระหว่างพรมแดนเชื่อมต่อสองประเทศ  เพื่อต้องการให้นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของน้ำตกไนแองการา  บรรยากาศไอน้ำตก  ฟังเสียงกึกก้องของน้ำตกที่ดังได้ทั้ง 2 ฝั่ง ได้สัมผัสบรรยากาศของละอองน้ำตก ที่กระเซ็นตกมาตลอดเวลา พร้อมได้เห็นรุ้งกินน้ำ ส่วนมหึมานี้เรียกกันคือ “แคนาเดี่ยนฟอลส์”  ส่วนที่ตกมายังชั้นล่างขนานกันมากับชั้นน้ำตก เรียกว่า “อเมริกัน ฟอลส์”เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความตื่นเต้น  ความหวาดเสียว แต่ต้องอยู่ในขอบเขตความปลอดภัย จึงได้มีการสร้างหอคอยที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดชมวิวที่น่ามหัศจรรย์อีกด้วย  ถึงจะได้รู้สึกความเสียวอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ในเวลากลางคืน จะมีการประดับ ไฟ แสง สี เสียง เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่ได้พักในยามค่ำคืน   www.grandholiday.co.th

Read More

เดินเที่ยวต่อไปในมาเก๊า(ต่อ)

ท่องเที่ยวต่อไปในมาเก๊า (ต่อ)

หลังจากคราวที่แล้วคงมีหลายคนต้องนึกถึง มาเก๊า ไปแล้ว ครั้งนี้เราจะมาแนะนำสถานที่น่าสนใจเพิ่มขึนอีก ว่าในมาเก๊ามีสถานที่ไหนน่าสนใจบ้าง

1.เขตเอส โดมิงโกส์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีร้านค้าให้ช๊อปปิ้งมากมาย เป็นร้านเสื้อผ้า รองเท้า  ร้านอุปกรณ์กีฬา  มีสินค้าแบรนด์เนมดังๆ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนั้น  เป็นที่ประทับใจขาช๊อปปิ้งหลายคนไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้ามาเที่ยวที่นี้ก็จะได้ห็นบรรยากาศการซื้อขาย การต่อรองสินค้า  การได้เห็นสินค้าทีมีคุณภาพดังๆ จากทั่วโลก

2.จัตุรัสเซนาโด ( Senado Square) สำหรับนักท่องเทียวหรือผู้ที่ชื่นชอบทานอาหาร ต้องการลิ้มรสร้านอาหารจีน ที่จัตุรัสเซนาโด แห่งนี้ นอกจากนี้ก็มีร้านค้ามากมายให้ได้ช๊อปปิ้งกันในแดนมาเก๊าแห่งนี้   ที่แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยหินและจัดให้เรียงรายแบบโมเสก  ทำให้มีเป็นสถานที่ที่น่าสนใจของ มาเก๊า อีกแห่งหนึ่ง

3.หอคอยมาเก๊า จะสังเกตได้ว่าจุดดึงดูดของที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ที่เห็นบ่อยก็คือ หอคอย โดยที่มาเก๊าเองก็มีหอคอยที่สูงเป็นอันดับ 8 เอเชีย  และอันดับ 10 ของโลก มีความสูงประมาณ 338 เมตร   สำหรับจุดนี้นักท่องเที่ยวเมื่อขึ้นไปบนหอจะได้ชมวิว ทัศนียภาพ รอบ   เกาะมาเก๊า  ยิ่งใครต้องการชมวิวทุกจุดของเกาะมาเก๊า รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

สำหรับเวลาการทำการเปิดทุกวันในเวลา   คือ 10.00-21.00 น. (วันพุธ), 09.00-21.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดประจำชาติ)  และค่าบริการเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 467 บาท (120 ปาตากาส์), สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กราคา 234 บาท (60 ปาตากาส์)

4.เดอะเวเนเชื่ยนมาเก๊า    ถือว่าเป็นมหานครเวนิสแห่งเอเชีย  ย่อมโรงแรมที่มีความหรูหรา อย่าง เดอะเวเนเชื่ยนมาเก๊า อลังการสถาปัตยกรรมแบบเวเนเชียนโกธิค   ภายในตัวอาคารถูกตกแต่ง  ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความโรแมนติกของเวนิส โดยได้มีบริการห้องสวีทไม่น้อยกว่า 3000 ห้อง นอกจากนี้ภายในโรงแรมเองก็เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ประกอบไดไปด้วย  ห้องออกกำลังกาย  ร้านอาหารที่หรูหรา  โรงละคร โรงภาพยนตร์ คาสิโน ร้านขายเสื้อผ้า ท่านผู้อ่านลองจินตนาการดูซิคะ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้ยินเสียงเพลงอันโรแมนติก ที่ให้บรรยากาศของเวนิส ได้สัมผัสได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน  กับสิ่งที่มาเก๊าตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

จะเห็นว่า มาเก๊า ไม่ได้มีเพียงแค่คาสิโน แต่ยังมีศิลปะและสถาปัตยกรรมอันตื่นตาตื่นใจ ไวรอนักท่องเที่ยวมาเยือน แล้วกลับมาเที่ยวมาเก๊า อีกคะ  www.grandholiday.co.th

Read More

เดินเที่ยวต่อไปในมาเก๊า

ท่องเที่ยวต่อไปในมาเก๊า

สำหรับสถานที่แห่งนี้ดูแล้วจะเป็นมิตรกับคนไทย สามารถเข้าไปเที่ยวได้เลย มีการยกเลิกวีซ่าพิเศษให้กับคนไทย ด้วยวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน  ณ สถานทีแห่งนี้เป็นที่แสดงศิลปวัฒนธรรมเอเชียและอารยธรรมตะวันตกได้อย่างลงตัว  ไม่แปลกใจเลยที่ชื่อ มาเก๊า อยู่ในใจหลายคนมาช้านาน ทุกปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย  ยิ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยนั่งเครื่องบินมายัง มาเก๊า เพียงแค่ชั่วโมงอึดใจก็ได้มาถ่ายโพสรูปตัวเองกับสถานที่โด่งดังแห่งนี้ได้แล้ว

1 มาเก๊าฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ   เป็นสถานที่ไม่ห่างจากจุดขึ้นลงเฮลีคอปเตอร์และท่าเรือเฟอรรี่   จุดเด่นของที่นี้คือศิลปะวัฒนธรรมอันดีงาม สะท้อนถึงประวัติความเป็นของเกาะแห่งนี้ ได้รับการผสมผสานกับตะวันตกไว้อย่างดี บริเวณนี้มีร้านอาหารและร้านมากมายรองรับนักท่องเที่ยว สร้างโดย คุณแซลลี่ โฮลล์  ด้วยแนวคิดที่จะดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะแห่งนี้ แล้วประทับใจอยากกลับมาอีก  ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจนักท่องเที่ยวอีกด้วย  นอกจากนี้ได้มีการสร้างภูเขาไฟให้มีการจุดไฟตลอดเวลา  ตามหลักของ ซินแส ส่วนตัวของ คุณแซลลี่ โฮลล์   ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับ คาสิโนแซนด์ เพื่อเผาความรุ่งเรืองของคาสิโนแห่งนี้  อย่างไรก็ตามต่อมาทางฝั่งคาสิโนแซนด์ ก็ได้สร้างน้ำพุ ไว้ต่อสู้กับภูเขาไฟ  อีกที นับว่าเป็นการต่อสู้เชิงความเชื่อ ธุรกิจ แต่คิดว่ายังไงนักท่องเที่ยวก็ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอยู่ดี

2.ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of st.Paul’s)  ได้รับจัดเป็นมรดกโลกของยูเนสโก เป็นร่องรอยอารยธรรมยิ่งใหญ่ในอดีต  โดยซากโบสถ์โบราณหลังจากถูกไฟไหม้หลายครั้ง ต่อมาในปี ค.ศ. 1602 ทาง มาเก๊า ได้ทำการปฎิสังขร โดยสร้างให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าเป็นโบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่ชาวมาเก๊า ศรัทธรามาก ถึงขั้นสร้างให้เป็นโบสถ์นิกายคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ต่อมาก็เกิดไฟไหม้หลายครั้งด้วยกัน  จนเหลือแค่เพียงบันไดหินสีขาว  ประตูหน้าเท่านั้น ถึงแม้ยังเหลือแค่ซาก ก็ยังเป็นสถานที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ให้ชมดูกัน  ด้านหลังของโบสถ์ สามารถเดินชมบรรยากาศของเกาะมาเก๊า  ซ้ายมือเป็นที่ฝังศพของบาทหลวง

จากการแนะนำ มาเก๊า เกาะที่เชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึงแต่เพียงแหล่งคาสิโนหรูหรา โดยชื่อเสียงที่เป็น ลาสเวกัสตะวันออก  แต่จริงๆแล้วยังประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายอย่าง ให้มาเที่ยวชมศึกษาประดับด้วยวัฒนธรรมการผสมผสานจากชาวต่างชาติที่เข้ามาเกาะอีกด้วย  เรียกได้ว่าใครที่เคยไปยุโรป ลองมาดูว่าที่ มาเก๊า นี้เป็นยังไง จะได้แนะนำให้คนรู้จักได้นะ  www.grandholiday.co.th

อ่านบทความมาเก๊าต่อคลิ๊กที่นี้ครับ

Read More